เข้าใจผลกระทบของอุณหภูมิและความชื้นต่อสุขภาพหัวใจและหลอดเลือด เพื่อชีวิตที่ยืนยาว
อ่านต่อ
เมื่ออุณหภูมิภายนอกสูงขึ้น ร่างกายมนุษย์มีกลไกธรรมชาติในการระบายความร้อนผ่านการขยายตัวของหลอดเลือดใต้ผิวหนัง เพื่อให้เลือดนำความร้อนออกจากแกนกลางร่างกาย
กระบวนการนี้ส่งผลให้หัวใจต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อสูบฉีดเลือด การทำความเข้าใจปฏิกิริยานี้ช่วยให้เราเตรียมพร้อมและป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นในช่วงฤดูร้อนของประเทศไทย
การป้องกันย่อมดีกว่าการรักษา เรียนรู้วิธีดูแลตนเองง่ายๆ วันนี้
น้ำช่วยปรับสมดุลอุณหภูมิและช่วยให้ระบบไหลเวียนโลหิตทำงานได้ดีขึ้น ควรดื่มน้ำจิบๆ ตลอดวัน
สวมใส่เสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี เช่น ผ้าฝ้าย หรือผ้าลินิน หลีกเลี่ยงเสื้อผ้าที่รัดแน่นเกินไป
งดกิจกรรมกลางแจ้งในช่วงเวลา 11:00 น. ถึง 15:00 น. ซึ่งเป็นช่วงที่รังสียูวีและความร้อนสูงสุด
ลดการทานอาหารรสเค็มจัด และเพิ่มการทานผักผลไม้ที่มีฤทธิ์เย็น
ในประเทศไทยที่มีความชื้นสูง เหงื่อจะระเหยได้ยาก ทำให้ร่างกายระบายความร้อนได้ช้าลง ส่งผลให้รู้สึกร้อนกว่าอุณหภูมิจริง (Heat Index)
การอยู่ในที่ที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก หรือการใช้พัดลมระบายอากาศ เป็นวิธีง่ายๆ ที่ช่วยลดภาระการทำงานของหัวใจได้
"แต่ก่อนชอบออกกำลังกายตอนเที่ยงและรู้สึกเวียนหัวบ่อยๆ พอเปลี่ยนมาเป็นช่วงเช้าและดื่มน้ำมากขึ้น รู้สึกสดชื่นขึ้นมาก"
- สมชาย, กรุงเทพฯ
"บทความนี้ช่วยให้เข้าใจว่าทำไมอากาศร้อนถึงทำให้รู้สึกเพลีย ได้ความรู้ดีมากค่ะ"
- มาริสา, เชียงใหม่
"ขอบคุณสำหรับคำแนะนำเรื่องอาหารและการเลือกเสื้อผ้า เป็นเรื่องเล็กน้อยที่เห็นผลจริง"
- ก้องภพ, ภูเก็ต
รับเคล็ดลับการดูแลสุขภาพตามฤดูกาลฟรี
หากคุณมีข้อสงสัยหรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติม กรุณากรอกแบบฟอร์ม
ความร้อนอาจขยายหลอดเลือดซึ่งเสริมฤทธิ์ยาบางชนิด ควรปรึกษาแพทย์หากมีอาการหน้ามืด
สำหรับคนทั่วไปน้ำเปล่าดีที่สุด ผู้ที่ต้องควบคุมโซเดียมควรระวังเกลือแร่ที่มีโซเดียมสูง
ช่วยได้มากในการลดอุณหภูมิร่างกายและลดภาระการทำงานของหัวใจ
หายใจไม่ออก แน่นหน้าอก เวียนศีรษะรุนแรง หรือเหงื่อไม่ออกแม้ตัวร้อนจัด